Tip and Idea for furniture :รอบรู้เรื่อง เฟอร์นิเจอร์หนัง: SURE Furniture

รอบรู้เรื่อง เฟอร์นิเจอร์หนัง

12 ก.ค. 2560 / ADMIN Sure

รอบรู้เรื่อง เฟอร์นิเจอร์หนัง


      วัสดุที่ใช้บุเฟอร์นิเจอร์ในระบบอุตสาหกรรมหรืองานช่างฝีมือมีด้วยกันหลากหลายชนิด แต่ที่ให้ความรู้สึกอบอุ่นนุ่มนวลและหรูหรา คงหนีไม่พ้น เฟอร์นิเจอร์หนัง โดยเฉพาะหนังที่ผ่านการตัดเย็บอย่างประณีตและมีดีไซน์สวยงาม ชัวร์จึงมาเสนอเรื่องราวเกี่ยวกับเฟอร์นิเจอร์หนัง เกี่ยวกับวิธีเลือกใช้ ข้อสังเกตของหนังประเภทต่างๆ รวมทั้งการดูแลรักษามาเอาใจคนรักเฟอร์นิเจอร์หนังกันนะ

    ประเภทหนัง สามารถแบ่งเป็น 2 ประเภทหลักๆได้แก่

    หนังแท้
      หนังที่ได้จากผิวหนังสัตว์มีลวดลายเป็นธรรมชาติ และไม่พบรอยต่อของลายภายในผืน นำมาผ่านกรรมวิธีต่างๆเพื่อไม่ให้เน่าเปื่อย มีผิวสัมผัสนุ่มนวล หรือทำเท็กซ์เจอร์ให้เกิดความหลากหลาย เช่น หนังฟอกฝาด หนังเคลือบน้ำมัน หนังชาร์มัวร์ หนังพิมพ์ลายหรืออัดลาย ฯลฯ ข้อดีของหนังแท้คือมีความเหนียวยืดหยุ่นสูง ลวดลายสวยงาม มีอายุการใช้งานทนทาน เมื่อลองเผาไฟจะมีกลิ่นไหม้คล้ายเส้นผม แต่จะไม่ลามไฟ และดับได้เอง ซึ่งมักมีกลิ่นเฉพาะ เมื่อใช้ไปสักระยะกลิ่นนั้นจะค่อยๆจางไป เรียกได้ว่ายิ่งเก่าก็ยิ่งสวยมีเสน่ห์ หนังที่นำมาหุ้มเฟอร์นิเจอร์ส่วนใหญ่จะเป็นหนังวัว เพราะมีผืนใหญ่ แต่ก็มีหนังสัตว์ชนิดอื่นๆสำหรับงานเฟอร์นิเจอร์ชิ้นเล็กๆ เช่น หนังม้า หนังนกกระจอกเทศนิยมนำมาหุ้มสตูล กรุท็อปโต๊ะเป็นต้น

    หนังเทียม
      หนังที่ผลิตเพื่อใช้ทดแทนหนังแท้ ได้แก่ หนังเทียมพียู (PU : Polyurethane) และหนังเทียมพีวีซี (PVC : Polyvinyl Chloride) ซึ่งทั้งสองประเภทนี้มีส่วนประกอบสังเคราะห์จากพลาสติก แต่สำหรับหนังเทียมพียูนั้นมีผิวสัมผัสที่ให้ความรู้สึกใกล้เคียงกับหนังแท้จนแยกออกได้ยาก นอกจากทดสอบด้วยไฟลน แผ่นหนังจะเกิดการหดตัวและเสียรูปทันที หรือใช้เล็บขูดเพื่อลองบิดงอแผ่นหนังมักไม่เกิดร่องรอย และคืนตัวอย่างรวดเร็ว ส่วนหนังเทียมพีวีซี เราสามารถแยกออกได้ทันทีเพราะความสวยงาม และคุณภาพแตกต่างจากหนังแท้อย่างชัดเจนอาจดูคล้ายพลาสติกผิวนิ่มเสียมากกว่า ข้อดีของหนังเทียมอยู่ที่ราคาถูก ทนทานต่อความชื้น มีสีสันและลวดลายให้เลือกใช้หลากหลาย

    เทคนิคการเลือกซื้อ
      ข้อแตกต่างระหว่างเฟอร์นิเจอร์หนังแท้และหนังเทียมที่กล่าวมาข้างต้น อาจเป็นตัวช่วยให้คุณผู้อ่านตัดสินใจเลือกซื้อได้ง่ายขึ้น และแยกประเภทหนังแต่ละชนิดได้ถูกต้อง หากเป็นเฟอร์นิเจอร์หนังมือสอง ต้องสังเกตกันเป็นพิเศษ ลองใช้มือสัมผัสที่หนังบุเฟอร์นิเจอร์ ควรมีความนุ่ม หนังไม่แห้งแตก พลิกดูที่ตะเข็บไม่ฉีกขาดและเปื่อยยุ่ย หรือเกิดเชื้อราจากการเก็บรักษาที่ไม่เหมาะสม รวมทั้งคราบสกปรก หรือรอยตำหนิที่ซ่อมแซมได้ยาก ก็ควรหลีกเลี่ยงเพราะเฟอร์นิเจอร์ที่ได้มาอาจไม่คุ้มค่า และใช้งานได้เพียงช่วงเวลาสั้นๆเท่านั้น

    การนำมาใช้
      หากเลือกซื้อเฟอร์นิเจอร์หนังดีๆสักชิ้น อย่างโซฟา อาร์มแชร์ มาแต่งบ้านซึ่งนำมาแมตซ์กับเฟอร์นิเจอร์ชิ้นอื่นๆและพร็อปส์ตกแต่งต่างๆ ก็ช่วยสร้างบรรยากาศได้หลากสไตล์

    วิธีดูแลรักษา
      เฟอร์นิเจอร์หนัง เป็นเฟอร์นิเจอร์อีกประเภทหนึ่งที่ต้องดูแลรักษาเป็นพิเศษ และทำความสะอาดให้ถูกวิธี เพื่อคงสภาพความสวย และยืดอายุการใช้งานได้นานขึ้น ซึ่งมีข้อควรปฏิบัติดังนี้
ควรจัดวางเฟอร์เจอร์หนังไว้ในห้องที่ถ่ายเทอากาศได้ดี ไม่มีความชื้น เพราะอาจเกิดเชื้อรา และไม่ควรอยู่ในบริเวณที่โดนแสงแดดโดยตรง หมั่นตบเบาะที่นั่งและพนักพิง เปลี่ยนตำแหน่งวางสลับกลับด้านทุกสัปดาห์ เพื่อให้วัสดุภายในกระจายตัวช่วยรักษารูปทรงของเฟอร์นิเจอร์ หลีกเลี่ยงการใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด เช่น น้ำมันสน ผงซักฟอก ทินเนอร์ หรือน้ำยาที่มีส่วนประกอบของแอลกอฮอล์ เพราะอาจเกิดรอยด่างทำให้หนังบุเฟอร์นิเจอร์หมดสวย เพียงปัดฝุ่นดูดฝุ่นตามซอกโซฟาเดือนละครั้ง หรือใช้ผ้าขนหนูชุบน้ำบิดให้แห้งสนิทเช็ดทำความสะอาดแล้วเป่าลมจนแห้ง หากเกิดรอยเปื้อนเช็ดออกยาก เช่น รอยปากกา คราบกาแฟ สามารถใช้ออยล้างเครื่องสำอาง หรือน้ำสบู่เจือจาง จุ่มด้วยคัตตอนบัดหรือแปรงขนนุ่มค่อยๆเช็ดไปทีละนิด และซับน้ำให้แห้ง จากนั้นทาบำรุงผิวของหนังบุเฟอร์นิเจอร์ด้วยน้ำยาสำหรับเคลือบหนังโดยเฉพาะ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดรอยแห้งแตกของเฟอร์นิเจอร์ตัวโปรด

    ระบายอากาศในบ้าน
      อีกหนึ่งวิธีลดปัญหาคือการระบายอากาศภายในบ้านให้ถ่ายเทไม่อับชื้น ด้วยการเปิดประตู-หน้าต่าง หรือเปิดพัดล เพื่อให้อากาศหมุนเวียน ช่วยลดความชื้นสัมพัทธ์ของห้องให้อยู่ระหว่าง 40-70% ก็เป็นอีกหนึ่งวิธีที่คุณจะป้องกันเฟอร์นิเจอร์ไม้ของคุณให้คงสภาพสวยงาม แข็งแรง ทนทาน ได้เป็นอย่างดี

  • วันที่ลง : 12 ก.ค. 2560
  • โพสโดย : ADMIN Sure
  • เครดิต : บ้านและสวน

social