Tip and Idea for furniture :วิธีสร้างสภาวะสบาย น่าอยู่ให้กับบ้าน: SURE Furniture

วิธีสร้างสภาวะสบาย น่าอยู่ให้กับบ้าน

30 ก.ค. 2561 / ADMIN SURE

วิธีสร้างสภาวะสบาย น่าอยู่ให้กับบ้าน


      สภาวะสบาย ของแต่ละคนย่อมแตกต่างกันไป บางคนเลือกพื้นที่ซึ่งมีต้นไม้ใหญ่ให้ร่มเงา บ้างขอเพียงแค่มุมระเบียงเล็กๆที่มองเห็นท้องฟ้ากว้างเท่านั้นบ้างใช้การ จัดบ้านให้น่าอยู่ เพราะฉะนั้นภาวะน่าสบายจึงมีความหมายเท่ากับความสุข ซึ่งเราสามารถเริ่มต้นได้ตั้งแต่ที่บ้านของตัวเอง เราจึงมีวิธีการสร้างสภาวะสบายให้กับบ้าน เพื่อทำให้จิตใจเบิกบานแจ่มใสไปทุกวัน

    1. ฝุ่นละออง ดองไว้ไม่ดี

ฝุ่นก่อให้เกิดโรคภูมิแพ้และสุขภาพที่เสื่อมถอย แต่เราก็หลีกเลี่ยงได้ยากเต็มที เพราะรอบตัวเราเองก็มีทั้งฝุ่นที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ เช่น ผิวหนังชั้นนอกที่ผลัดเซลล์ผิว เส้นผม หรือขนสัตว์เลี้ยง และฝุ่นในอากาศที่เกิดจากมลพิษและโรงงานอุตสาหกรรม ขอแนะนำให้หมั่นทำความสะอาดบ้านอยู่เสมอ หากกำลังคิดสร้างบ้านควรเริ่มจัดวางแปลนบ้านโดยลดพื้นที่ซอกหลืบที่ทำความสะอาดยาก หรือเกิดพื้นที่เข้าไม่ถึงให้น้อยที่สุด ทำบานปิดให้ตู้หรือชั้นวางแบบเปิดโล่งที่ใช้จัดเก็บหนังสือหรือของโชว์ รวมถึงเรื่องเล็กๆที่อาจไม่เล็กอย่างระยะของโรงจอดรถกับประตูบ้าน หากมีพื้นที่เพียงพอ อาจเว้นระยะห่างออกมาสักหน่อย เพื่อจะได้ไม่ต้องจอดรถตรงกับหน้าประตูพอดี เพราะอาจนำพาฝุ่นและควันเข้าบ้านได้ หรืออาจปลูกต้นไม้เพื่อช่วยกรองฝุ่นละอองตรงหน้าบ้าน ก็ทำให้บ้านสดชื่นและช่วยลดฝุ่นละอองไปด้วยในตัว

    2. แสงส่อง

แสงสว่างที่เพียงพอช่วยฆ่าเชื้อโรคและทำให้บ้านไม่อับชื้น ทิศทางการเปิดรับแสงภายในบ้านจึงเป็นสิ่งสำคัญที่ควรวางแผนตั้งแต่เริ่มต้นออกแบบ เช่น มุมหลักที่ใช้งานพร้อมหน้าทั้งครอบครัวอย่างห้องนั่งเล่น หากใช้เวลาในช่วงเช้ามากกว่าช่วงเวลาอื่น การหันหน้าไปทางทิศตะวันออกก็ทำให้ได้รับแสงยามเช้าที่ดี นอกจากนี้วัสดุที่เลือกใช้ในบ้านก็ไม่ควรมองข้าม ในมุมที่ต้องการให้มีแสงส่องผ่าน เช่น ครัว หรือห้องน้ำ เลือกกรุกระเบื้องหลังคาไฟเบอร์กลาสแบบใสหรือทำผนังกระจก ก็ช่วยให้แสงผ่านได้ดี

    3. วอนลมพัดพา

ลมช่วยระบายอากาศและสร้างภาวะน่าอยู่ให้บ้านได้เป็นอย่างดี การออกแบบช่องลมในบ้านจึงมีความสำคัญมาก ทิศทางลมที่ไหลเวียนเข้ามาในตัวบ้านต้องมีทางให้เข้า-ออก ดังนั้นช่องลมควรอยู่ตรงกันหรือเยื้องกัน นอกจากนี้ต้องคำนึงถึงทิศทางลมประจำฤดูด้วย เช่น ฤดูร้อนลมพัดมาจากทางทิศใต้ ฤดูหนาวลมพัดมาจากทางทิศเหนือลงใต้ และฤดูฝนลมพัดเข้ามาทุกทิศทาง มีหลายวิธีที่ช่วยให้ลมเข้าบ้าน เช่น เลือกติดหน้าต่างบานเกล็ด หรือใช้อิฐบล็อกช่องลมที่ช่วยกั้นสายตา และให้ความเป็นส่วนตัวได้ในระดับหนึ่ง

    4. แบ่งกั้นแต่ไม่ทึบตัน

สร้างความเป็นส่วนตัวให้แต่ละพื้นที่ในบ้านด้วยกำแพง แต่ออกแบบให้มีความโปร่งเพื่อไม่รบกวนการไหลเวียนของอากาศภายในบ้าน ลมธรรมชาติจะได้พัดเข้าสู่ตัวบ้านโดยตรง

    5. เปลี่ยนคอนกรีตเป็นพื้นผิวที่เย็นชื้น

การรู้จักใช้พื้นผิวที่สามารถเก็บกักความชื้นได้บ้าง เช่น แนวรั้วไม้ พื้นกรวด หรือพื้นหญ้า ก็ทำให้บ้านไม่ร้อนอบอ้าวเหมือนพื้นคอนกรีตเพียงอย่างเดียว อาจสลับบางช่วงบ้างก็ได้ สำหรับบ้านที่ปูพื้นคอนกรีตไว้อยู่แล้ว

    6. ไม่มีเสียงรบกวน

มลพิษทางเสียงนับเป็นปัญหาใหญ่ที่เข้ามาขัดจังหวะความสงบภายในบ้าน วัสดุกรุที่ดีจะช่วยซับเสียงทำให้บ้านเงียบและกันความร้อนไปในตัว หากใช้กระจกนิรภัย ซึ่งเป็นกระจกสองแผ่นคั่นกลางด้วยพีวีบี (Polyvinyl Butyral) ที่มีคุณสมบัติเหนียวและทนทาน จะช่วยลดอันตรายจากรังสียูวีและคลื่นเสียงความถี่สูงๆได้ หรือกระจกฉนวนกันความร้อนหรือกระจก Low-E ทำจากกระจกสองแผ่นประกบ โดยมีอะลูมิเนียมซึ่งบรรจุสารดูดซึมความชื้นหรือก๊าซเฉื่อยคั่นกลาง ด้านนอกนิยมใช้กระจกเทมเปอร์เพื่อช่วยสะท้อนแสงอีกทางหนึ่งด้วย รวมถึงวัสดุสร้างบ้านแบบเดิมแต่คูณสองเข้าไป ก็ช่วยเก็บเสียงได้อีกทาง เช่น ผนังยิปซัมหรือแผ่นอะคูสติกบอร์ด หรือก่อผนังสองชั้นเว้นช่องตรงกลางบวกกับใช้วัสดุซับเสียงช่วยอีกชั้น รับรองว่าเงียบและสบายสมใจ

    7. สัตว์เลี้ยงและไม่อยากเลี้ยง

สัตว์เลี้ยงสุดรักอาจนำพาสุขภาพไม่ดีมาสู่เราได้ หากดูแลได้ไม่ดีพอ ควรกำหนดขอบเขตให้พวกเขาตั้งแต่เริ่มเลี้ยง ฝึกให้ทำกิจกรรมเป็นบริเวณๆไป เพื่อช่วยให้เราสามารถทำความสะอาดพื้นที่เหล่านี้ได้อย่างสะดวก รวมถึงสัตว์ที่เราไม่ได้อยากเลี้ยงแต่มาเอง อย่างยุง หนู หรือแมลงต่างๆ ก็ควรออกแบบพื้นที่ให้มิดชิด ไม่เป็นแหล่งเพาะพันธุ์ ตู้ที่มีหน้าบานปิดมิดชิด และรักษาความสะอาดอยู่เสมอ ก็ช่วยป้องกันได้อีกทางหนึ่ง

    8. กลิ่นที่พึงใจ

บ้านหอมๆสร้างความประทับใจได้ตั้งแต่เปิดประตูรั้ว กลิ่นที่เกิดจากภายในบ้านมีได้ตั้งแต่กลิ่นท่อระบายน้ำ กลิ่นขยะ ฯลฯ ควรหมั่นดูแลบ่อพักขยะ อย่าให้เกิดการอุดตัน ควรทิ้งขยะในภาชนะที่ปิดมิดชิด หรือทิ้งตามเวลาที่รถเก็บขยะมารับไป เพื่อไม่ให้เกิดการหมักหมมจนส่งกลิ่นเหม็นเน่า ส่วนภายในบ้านหมั่นตรวจสอบกลิ่นจากท่อน้ำทิ้งต่างๆ เช่น ท่อระบายน้ำทิ้งจากซิงค์ในครัว ซึ่งไม่ควรมีเศษอาหารมาอุดตัน หรือกลิ่นจากห้องน้ำที่เกิดจากชักโครก ตรวจสอบว่ามีการรั่วซึมหรือไม่ หมั่นทำความสะอาดและติดตั้งพัดลมดูดอากาศ ก็ช่วยได้อีกทางหนึ่ง เมื่อบ้านสะอาดแล้ว ลองหาเครื่องหอมในบ้านที่กลิ่นไม่ฉุนจนเกินไป ใช้แทนของตกแต่งบ้านก็ได้ และยังทำให้บ้านมีกลิ่นหอมอีกด้วย

    9. ยืมร่มไม้ให้ร่มเงาแก่หลังคา

แม้ว่าจะมีหลังคาที่คุ้มแดดคุ้มฝนได้ดีแล้ว แต่การปลูกไม้ใหญ่ทางทิศใต้และทิศตะวันตกก็เป็นวิธีสร้างร่มเงาให้แก่ตัวอาคาร อีกทั้งต้นไม้ยังสร้างความเย็นให้แก่พื้นที่ด้วย

    10. คุ้มแดดคุ้มฝนด้วยระแนงและชายคา

ชายคายื่นยาวและระแนงบังแดดคือวิธีที่ดีที่สุดในการรับมือสภาพอากาศแบบไทย ด้วยระแนงที่ไม่ยอมให้แสงแดดส่องผ่านไป แต่ยอมให้ลมไหลผ่านได้ ซึ่งมีส่วนช่วยให้บ้านอยู่สบายเป็นอย่างมาก

social